สศท.2 ร่วมเวทีปฏิรูประบบเกษตรและอาหารไทย เปิดโจทย์ “เกษตรกรจะอยู่รอดและแข่งขันได้อย่างไร” ท่ามกลางความผันผวน

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นางธัญญ์พิชชา เถระรัชชานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 (ผอ.สศท.2) มอบหมายให้ นายธนากร แก้วจรูญ เศรษฐกรชำนาญการ และนายลัทธพล กัลยาณมิตร เศรษฐกรปฏิบัติการ เข้าร่วมงานเสวนา “การปฏิรูประบบเกษตรและอาหารไทย เสริมพลังเกษตรกรสร้างภูมิคุ้มกันด้วยนวัตกรรม” ณ ห้องประชุม ชั้น 24 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยรับชมผ่านระบบ Facebook Live ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

เวทีครั้งนี้หยิบยกโจทย์สำคัญของภาคเกษตรไทยมาหารืออย่างรอบด้าน ทั้งความผันผวนของตลาดและเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ต้นทุนการผลิต ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ตลอดจนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อรายได้และความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกร โดยมุ่งค้นหาแนวทางที่จะทำให้เกษตรกร “ปรับตัวได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงได้ดีขึ้น และมีทางเลือกมากขึ้น” ภายใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นสำคัญของการเสวนาไม่ได้มองเพียงเรื่องการเพิ่มผลผลิต แต่ให้ความสำคัญกับ การสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร ผ่านการใช้นวัตกรรม ข้อมูล เทคโนโลยี และเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจ วางแผนการผลิต บริหารต้นทุน เชื่อมโยงตลาด และรับมือกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่เกษตรและอาหาร

อีกหนึ่งมิติที่น่าสนใจ คือการมอง “การปฏิรูป” ในระดับระบบ ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะจุด โดยเชื่อมโยงตั้งแต่ฐานการผลิตของเกษตรกร การเข้าถึงข้อมูลและเงินทุน การพัฒนาตลาด ไปจนถึงการออกแบบนโยบายที่สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงได้ทันเวลา ซึ่งสะท้อนว่าการสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรในระยะต่อไป จำเป็นต้องอาศัยทั้ง ข้อมูลที่แม่นยำ นวัตกรรมที่ใช้ได้จริง และการบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคการเงิน และภาคธุรกิจ

การเข้าร่วมเวทีดังกล่าว จึงเป็นโอกาสในการติดตามแนวคิดและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของระบบเกษตรและอาหารไทยในภาพใหญ่ เพื่อนำประเด็นสำคัญมาใช้ประกอบการวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจการเกษตร และการพิจารณาแนวทางเชิงนโยบายให้เท่าทันความท้าทายที่เกษตรกรต้องเผชิญในอนาคต

ภาพ/ข่าว : คณะทำงานประชาสัมพันธ์ สศท.2 พิษณุโลก

Demo Title


This will close in 20 seconds

Warning Fraud


This will close in 20 seconds

This will close in 0 seconds